บทความงานวิจัยสถานศึกษา

การทำงานที่ผ่านมาของพวกเรา ชาวประณีตวิทยาคม เรามุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโดยใช้กระบวนการทำงานที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการวิจัยสถานศึกษา เพราะเราเชื่อว่างานวิจัยเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีความเป็นเหตุเป็นผลสามารถตรวจสอบกระบวนการทำงานผ่านการประเมินโดยใช้งานวิจัย อาจกล่าวได้ว่า การบริหารจัดการโดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานในการพัฒนา

ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๐-๒๕๖๓ เราทำงานโดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานในการพัฒนาและต่อยอดความคิด และนำเสนอต่อสาธารณชนผ่านเวทีงานวิชาการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และต่อยอดไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการและงานวิจัยระดับชาติ ๓ ปีติดต่อกัน

กระบวนการหนึ่งที่พวกเรามุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คือ การพัฒนาทักษะทางปัญญาภายใน โดยกระบวนการจิตศึกษา ซึ่งในการพัฒนาตั้งแต่ปี ​๒๕๖๓ ต่อยอดไปสู่”การสร้างสุขด้วยสติในโรงเรียน” และพัฒนาทักษะทางปัญญาภายนอก โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน ซึ่งถือเป็นทักษะการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑

สำหรับปีการศึกษา ๒๕๖๔ การจัดการเรียนรู้เรามุ่งเน้นไปที่การจัดการศึกษาที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐานที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก

ทำไมต้องเป็นชุมชน????

ต้องไม่ลืมว่าโรงเรียนเป็นของชุมชน เพราะฉะนั้นการจัดการศึกษาบนพื้นฐานของการจัดการศึกษาเพื่อการสร้างคนในอนาคต ต้องเป็นการจัดการศึกษาที่โรงเรียนและชุมชนจัดการศึกษาร่วมกัน “จัดการตัวเอง”

ปีการศึกษา ๒๕๖๔ การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาของโรงเรียนประณีตวิทยาคม ท่วมกลางวิฤกติ คือ การพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและความมุ่งมั่นในการทำงานของนักเรียนโรงเรียนประณีตวิทยาคมด้วยหลักสูตรท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชน

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะวิชาการไปด้วยกันกับเรา “ที่นี่ประณีตวิทยาคม”

ขอเพียงรู้จัก แล้วจะรักเรา “ประณีตวิทยาคม”

ติดตามผลงานบทความงานวิจัยระดับชาติจากลิงค์ข้างล่าง

http://anyflip.com/bookcase/uwnhv

ว่าด้วยการเรียนออนไลน์ภาค2

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จนนำมาสู่การแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 ที่มีความรุนแรงของจำนวนผู้ติดเชื้อที่ทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนสถานศึกษาต้องปิดเรียนเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 ถึง วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 ในเขตจังหวัดที่ต้องควบคุมพิเศษสูงสุด 28 จังหวัด และต่อมา5 จังหวัดใน28จังหวัด ยกระดับเป็นจังหวัดที่พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยจังหวัดตราดเป็น1ใน5จังหวัดดังกล่าว

“โรงเรียนหยุดแต่การเรียนรู้ไม่หยุด”

“นักเรียนจะไม่ถูกทอดทิ้งและครูต้องไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ใดๆที่จะมาทำให้ผู้เรียนต้องสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้”

การจัดการเรียนการสอนทางไกลจึงเป็นทางเลือกที่โรงเรียนต้องวางแผนและดำเนินการเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง แม้มีข้อจำกัดมากมาย ไม่นับถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ของโรคที่การใช้ชีวิตที่ต้องระวังต้องเองด้วยเช่นกัน ซึ่งอุปสรรคดังกล่าวมิอาจกั้นหัวใจของครูไทยทั่วประเทศ. เพราะหัวใจคนเป็นครูย่อมไม่ทิ้งโอกาสของนักเรียน

การเรียนการสอนทางไกลในรูปแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคในครั้งแรก. โรงเรียนก็ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกลมาแล้ว ครูเราก็เคยผ่านประสบการณ์มาแล้วเช่นกัน

แต่ครั้งนี้การแพร่ระบาดค่อนข้างรุนแรงกว่ารอบแรก อีกทั้งการเตรียมความพร้อมของครูยังไม่เต็มที่ไม่ทันตั้งตัวเท่าไร แต่เมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้สู้เพื่อศิษย์

เราจึงเห็นครูทุกคนสร้างความพร้อมแก่ตัวเองในทันที เมื่อทราบว่าสถานศึกษาต้องปิด..

ต้องเรียนต้องสอนทางไกล…นักเรียนอยู่บ้าน…ครูอยู่ในที่ตั้ง…

และ…จากการจัดการสอนทางไกลมา ๑ สัปดาห์

เราจึงชวนกันมาถอดบทเรียนร่วมกันผ่านกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ..เพื่อสรุปและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนร่วมกัน

และเหมือนทุกครั้งก่อนการประชุมหรือกิจกรรมPLC พวกเราไม่เคยลืมสร้างสติก่อนการประชุมของพวกเรา

ขอบคุณที่พวกเรายังคงรักษาวัฒนธรรมสร้างสุขด้วยสติ ใช้ทุกสถานการณ์ ไม่มีข้อจำกัดใดๆมาขวางกั้น

จากวงPLC เราพบว่า

ครูเราใช้แทบจะทุกกระบวนการในการเข้าไปช่วยนำพาให้ผู้เรียนของเราไม่ตกขบวนการเรียนรู้ เพราะเจ้าไวรัสร้าย

ครูยุดนี้มีการปรับตัว เรียนรู้พัฒนาตนเอง เป็นการ Disruption การเรียนรู้ที่แตกต่างจาก Transformation ตรงที่ครูเราใช้กระบวน Disruption ที่มุ่งเน้นการพัฒนานำเทคโนโลยีที่อยู่ในชีวิตประจำวันของวิถีใหม่มาเป็นพัฒนาเป็นนวัตกรรม วิธีการสอน วิธีการเรียนใหม่ และมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะพัฒนาตัวเอง ที่สำคัญคือ การมองผลลัพธ์ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ

ช่องทางการเรียนรู้

จากวงPLC เราทุกคนมองเห็นและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆ ที่มีการเรียนรู้และปรับมาตลอด ๑ สัปดาห์ เพื่อตอบโจทย์อย่างเดียว คือ “ทำอย่างไรให้สามารถดึงให้ผู้เรียนเข้ามาสู่พื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันได้”

ข้อคิดค้นนำไปสู่การพัฒนานี้ ถือว่าสุดยอดของความเป็นครูมืออาชีพ. โดยไม่นำเอาข้อจำกัดใดๆมาขวางกั้นสายธารการเรียนรู้เพื่อศิษย์

ในข้อค้นพบเราก็มองเห็นจุดที่ควรพัฒนาร่วมกัน

บางเรื่องมันเกินกำลัง…นักเรียนขาดสื่อเทคโนโลยี(สพ…ให้สำรวจแล้วสำรวจอีก…เอาไปไหน(((ห้ามถามอีกนะว่า…ไม่มีทีวีกี่คน. ขี้คร้านจะบอก####)))

..พื้นที่สัญญาณอินเทอร์เนตไม่ทั่วถึง)…ไม่มีเงินเติมชั่วโมงอินเทอร์เนต…ผู้ปกครองถือโอกาสนำเด็กไปทำงาน..

แต่เราก็พบว่ามีนักเรียนบางคนถือโอกาสออกไปทำงานรับจ้าง  เปิดโทรศัพท์เรียนไปด้วย…ส่งงานครูเที่ยงคืนก็มี (ความงดงามมีเสมอ ขอเพียงหาให้เจอ)

ครูเองเราก็มองเห็นจุดควรพัฒนา..

โดยเราเชื่อว่าในระหว่างวันที่ ๑๐-๑๕ มกราคม ๒๕๖๔. ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่สอง เราจะทำให้ดียิงขึ้นกว่าเดิม

การเรียนออนไลน์จึงยังไม่ด่วนสรุปว่า เราสำเร็จหรือเราล้มเหลว

และข้อค้นพบของเราก็ไม่ใช่คำตอบของโรงเรียนทุกแห่งเช่นกัน ว่าสำเร็จหรือ ล้มเหลว

เพราะ ที่นี่คือประณีตวิทยาคม

พื้นที่การเรียนรู้ดีๆของสังคมแห่งนี้

ขอเพียงรู้จักแล้วจะรักเรา “ประณีตวิทยาคม”

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการสร้างสุขด้วยสติในโรงเรียน

     เมื่อวันหนึ่งมีเพื่อนร่วมเส้นทางการศึกษา ขอนำคณะครูแกนนำมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทีมงานสร้างสุขด้วยสติในโรงเรียน บรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันด้วยสุนทรียสนทนาก้อเกิดขึ้น

    การทำงานสร้างสุขด้วยสติ เป็นการทำงานที่ท้าทายสำหรับทุกคน เพราะเป็นเรื่องของการเริ่มจากการระเบิดจากข้างในคน ซึ่งผลมันเกิดกับตัวเองและคนรอบข้าง ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาอยากให้เกิดในสถานที่เราอยู่อาศัยและอยู่ร่วมกับผู้อื่น

แต่บางครั้งการปฏิบัติงานที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง  เมื่อมีการนำนวัตกรรมเข้าไปใช้ในองค์กร แบบครั้งเรามักจะได้ยินคำถามตามมาว่า

เริ่มต้นอย่างไร?

ทำไงให้ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลง?

นานไหมกว่าจะเห็นผล?

อุปสรรคมีไหม? แก้อย่างไร?

????!!!!

เราต้องไม่ลืมว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง สิ่งนั้นคือความตั้งใจ

เมื่อเราตั้งใจมากๆ สิ่งนั้น คือ ศรัทธา

…การที่คุณครูก้าวขึ้นบันไดขั้นแรกที่จะไปสอนนักเรียนชั้นสอง คุณครูย่อมไม่สามารถหยั่งรู้ว่าหลังจากคุณครูก้าวจากบันไดขั้นสุดท้ายแล้วเดินเข้าห้องเรียน คุณครูจะเจอสิ่งใด…

…นักเรียนพร้อมไหมที่จะเรียนรู้กับครู

…คุณครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แล้วประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของการออกแบบการเรียนรู้ที่วางไว้ไหม

….

  แต่…สิ่งที่นำพาคุณครูเดินจากบันไดขั้นแรกไปจนถึงการห้องเรียน.. จนออกจากห้องเรียนลง.. มานั่งพักที่ห้องพักครู

     สิ่งนั้น คือ…ศรัทธา..ที่คุณครูคิดว่าจะสั่งสอนศิษย์ให้มีความรู้ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์

ศรัทธาในจิตวิญญาญของความเป็นครู เป็นผู้เติมเต็ม ความรู้ ประสบการณ์ ทักษะต่างๆ แก่นักเรียน

     บันไดขั้นแรกจึงสำคัญเสมอ เมื่อคุณครูมีความตั้งใจลงมือทำ ความสำเร็จย่อมเกิด เพราะมีแรงศรัทธาเป็นเครื่องเหนี่ยวนำ

.    จงอย่ากลัวที่จะล้มเหลว ทุกอย่างคือการเรียนรู้  ทำ 10 อย่าง สำเร็จ 3 อย่าง ดีกว่าคิดแล้วไม่ได้ลงมือทำ ที่สำคัญอย่ารอให้“พร้อม” แล้วค่อยลงมือทำ เพราะคุณไม่มีทางพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบ

.   จงลงมือทำ แล้วเรียนรู้ระหว่างทาง ความสำเร็จปลายทางสำคัญ แต่น้อยกว่าระหว่างทาง

    อย่ากลัวที่จะทำอะไรที่แปลกแตกต่างไปจากเดิม…

.   ทำก็ถูกด่า ไม่ทำก็ถูกด่า  เลือกทำดีกว่า อย่างน้อยได้ลงมือทำ  

Doครูสอน

ภายหลังจากการร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน ด้วยหลักสุนทรียสนทนาและมีความเป็นกัลยาณมิตรด้วยกัน ของครูต้นแบบ (Model teacher) กับครูคู่คิด (Buddy Teacher) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในขั้น Plan ไปปรับปรุง และนำไปใช้จริงในขั้นสอนและสังเกตการสอน Do

plc-5-638

จากการที่ได้เข้าไปสังเกตการณ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าจะใช้กระบวนการวิจัย โดยเทคนิคครูคู่คิด ซึ่งผมจะเข้าไปนั่งดูแบบเงียบ ๆ คนเดียว แต่เมื่อใช้เทคนิคครูคู่คิด มีครู Buddy ครูที่เป็น Mentor (วิชาการ/บุคคล) เข้าไปร่วมดูด้วย ผ่านไป ๑ ภาคเรียน ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นอย่างชัดเจน คือพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน

๑. การเตรียมการสอน การที่มีเพื่อนครูคู่คิด ทำให้ครูได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทัศนะมุมมอง ข้อเสนอแนะจากเพื่อนคู่คิด ทำให้สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ดีขึ้น

๒. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ บรรยากาศของการจัดกิจกรรมมีความตื่นตัว ผ่านการมีส่วนร่วมของนักเรียนมากขึ้น

๓. มีการใช้สื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างหลากหลายมากขึ้น ทั้งสื่อคัดสรรที่ครูคัดสรรมาใช้ และสื่อสร้างสรรค์ที่ครูมีความตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนมากขึ้น ครูมีทักษะการใช้ ICT เพื่อการจัดการเรียนรู้มากขึ้น หลายท่านมีความสามารถและทักษะการใช้ ICT ที่เป็นความสามารถที่แฝงอยู่ในตัวทั้งที่สาขาที่สอนไม่เกี่ยวข้องกับ ICT เป็นข้อค้นพบใหม่ที่มองเห็น เป็นข้อดีของครู Gen Y ที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้าม

๔. การทำงานเป็นทีม  ตั้งแต่กระบวนการร่วมคิด ร่วมคุย ร่วมออกแบบการเรียนรู้ สังเกตการสอน การสะท้อนบทเรียนร่วมกัน สร้างความเข้มแข็งของการทำงานเป็นทีมของครูอย่างเด่นชันมากขึ้น

๕.การเป็นครูมืออาชีพ ใคร่เรียนรู้เพื่อพ้ฒนาเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น

collage Doเป็นข้อค้นพบเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ สำหรับชาวประณีตวิทยาคม

       ที่สำคัญพบว่าครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ที่เป็นรูปแบบของ Active Learning เพิ่มมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกกับผู้เรียน ทำงานเป็นทีมกับเพื่อนครูได้อย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเป็นกัลยาณมิตร ใช้กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อเด็ก ๆ

         เป็นเพียง เป็นเพียงมิติเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นได้ถึงกระบวนการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ของครู ที่มีมิติของการพัฒนาเชิงบวกของพวกเรามิติเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นได้ถึงกระบวนการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ของครู ที่มีมิติของการพัฒนาเชิงบวกของพวกเรา

         ที่นี่ ประณีตวิทยาคม

ตอนที่ 1 :: PLAN (วางแผนการสอน)
https://m.youtube.com/watch?v=cwwclqnDvF8

?ตอนที่ 2 :: DO (ปฏิบัติการสอนและการสังเกตการเรียนรู้)
https://m.youtube.com/watch?v=PQRPOBInwYQ

?ตอนที่ 3 :: SEE (สะท้อนคิดผลการปฏิบัติงาน)
https://m.youtube.com/watch?v=vtRQVNZ4NXY

↪️ขอขอบคุณ Link แลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก YouTube

ให้เขา เราก็สุข

เมื่อวานเป็นวันประกาศผลการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนและผลการจัดการเรียนรู้ของคุณครูประจำภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2562

ถือโอกาสเข้าไปแลกเรียนเรียนรู้ พูดคุยกับคุณครูและลูกๆนักเรียนก่อนจะส่งมอบลูกๆกลับไปอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ ผู้ปกครอง เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกันภายในครอบครัว

มีโอกาสชื่นชมผลงานที่เป็นพัฒนาการที่ดีของนักเรียนและคุณครูที่มีทิศทางของผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น. ซึ่งเป็นส่วนใหญ่แต่ละระดับชั้นมีทิศทางของการยกระดับผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น. แต่มี 2 ระดับชั้น ที่ยังคงต้องร่วมมือกันเพื่อยกระดับให้ดีขึ้น

ถามลูกๆนักเรียนว่าคิดถึงสถานที่พักผ่อนกันบ้างหรือยัง

ใครคิดถึงท้องทะเลบ้าง…นักเรียนเงียบ

มีแต่คุณครู 1 คนยกมือ(555)

ใครคิดถึงน้ำตกบ้าง…นักเรียนยกมือชูแขน ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ทำไมถึงคิดถึงน้ำตก

น้ำตกสวย…

ทำไมถึงสวย..

เพราะน้ำมันไหล..

ใช่เลยน้ำตกสวยเพราะน้ำมันไหล…

เลยย้อนคิดไปถึงเรื่องที่เคยอ่าน
 …ที่น้ำตกสวยน่ะ…  

…เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก…  

 …น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที..

…เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก…ไม่เห็นแก่ตัว…
…แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้.. 

 ความสวยงามของน้ำตกจึงเกิด ทำให้เราทุกคนมองเห็นความสวย.

ความมีเสน่ห์ของมัน

นักเรียนเองควรจะเป็นอย่างน้ำตก

หากมีสิ่งดี ๆ ความสุข ตกมาถึงตัวนักเรียน

อย่าเก็บสิ่งดี ๆ ความรู้  ความสุขนั้นไว้..คนเดียว..

นักเรียนต้องเรียนรู้ที่จะ…แบ่งปัน…แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน ให้มากที่สุด

เมื่อไหร่ที่มีคนที่ “ผู้ให้”

ความสุขย่อมเกิดแก่ “คนรับ” อย่างแท้จริง…

ให้เขา…

…เราได้

ความสุขจะเกิดอย่างแท้จริง

 

original_original_banneranigif

Up ↑